ประเภทกีฬาเรือเร็วที่อยู่ในการดูแลของสมาคมฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

กีฬาเรือเร็วสากล ได้แก่

1. Formula Powerboat

1.1 Formula1 Powerboat  เรือฟอร์มูล่าวัน  สุดยอดการแข่งขันความเร็วทางน้ำเทียบเท่ารถฟอร์มูล่าวัน  เป็นเรือแข่งสมรรถนะสูง ตัวเรือเป็นแบบ 2 ท้อง (Tunnell Hull Catamarans) ถูกออกแบบมาเพื่อทำการแข่งขันความเร็วสูงโดยเฉพาะ ในสนามแข่งที่มีสภาพผิวน้ำเรียบ คลื่นลมสงบ ทำจาก คาร์บอนไฟเบอร์ (carbon fiber) และ เคฟล่าร์ (kevlar) มีคุณสมบัติทนทานกว่าเหล็ก 5 เท่า และมีน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สามารถทำความเร็วได้ดียิ่งขึ้น โดยตัวเรือมีน้ำหนักเรือรวมเครื่องยนต์ประมาณ 500 กิโลกรัม  เฉพาะเครื่องยนต์หนักประมาณ 120 กิโลกรัม เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบ 2จังหวะ ให้กำลังสูงถึงกว่า 400 แรงม้า ที่ 10,500 รอบต่อนาที สามารถทำความเร็วจาก 0-160กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1.2 Formula550 Powerboat (ในต่างประเทศเรียก class : S-550) เป็นขั้นเริ่มต้นของการแข่งเรือ Formula Powerboat เปรียบได้กับการแข่งรถ Cart ในการแข่งขันรถสูตร Formula Car Racing   ตัวเรือเป็นแบบ 2 ท้องเช่นเดียวกัน แต่มีความยาวเพียง 12 ฟุตหรือ 3.6 เมตร ตัวเรือทำด้วยไฟเบอร์ ส่วนใหญ่ไม่มีฝาครอบที่นั่งคนขับ เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ 2จังหวะ 2สูบ ขนาด 40 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. Speed Boat

เป็นการแข่งขันเรือเร็วท้อง V เครื่องเกาะท้ายเรือ (OutBoard) ที่มีการแข่งขันในประเทศไทยขณะนี้คือ รุ่น Sport ตัวเรือทำด้วยไม้ ความยาวหัวจรดท้ายไม่ต่ำกว่า 16.5 ฟุต ความกว้างท้องเรือไม่ต่ำกว่า  1.30 เมตร ความสูงท้องเรือถึงกาบข้างไม่ต่ำกว่า 35 ซม. มีคนขับและคนนั่งรวม 2 คนนั่งซ้ายและขวา แข่งขันด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 40 แรงม้า

3. Aquabike

เป็นการแข่งขันกีฬาความเร็วทางน้ำที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามการแข่งขันกีฬา เจ็ทสกี แต่ต่างกันที่เจ็ทสกีอยู่ในการดูแลของสมาพันธ์เจ็ทสกีโลก(I.J.S.B.A.)  ส่วน Aquabike อยู่ในการกำกับดูแลของสมาพันธ์เรือเร็วนานาชาติ (U.I.M. Union Internationale Motonautique) นอกเหนือจากนั้นแล้ว Jet Ski กับ Aquabike นั้นเหมือนกันทุกประการ

 

4. Scooter

 

กีฬาเรือเร็วท้องถิ่น ได้แก่

1. Long-Tail Boat

เรือหางยาวรุ่นแรกเป็นเรือพายหรือเรือแจวที่นำเครื่องยนต์ เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องฉุดระหัด มากลึงต่อกับเพลายาวที่มีปลายเป็นใบพัดแล้วนำไปติดตั้งช่วงกลางลำเรือให้ใบพัดจุ่มลงไปในน้ำพอควร อาศัยกำลังของเครื่อง ยนต์ที่ส่งตรงจากเครื่องถึงใบพัด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเกียร์ ซึ่งมีราคาแพง และหาได้ยาก  เรือหางยาวรุ่นแรกนั้นยังต้องใช้หางเสืออยู่

ต่อมาพัฒนารูปแบบเรือให้สะดวกมากขึ้น โดยทำเรือให้มีรูปร่างสั้นลง เป็นสองตอน คือท่อนหลังเรียบเป็นแผ่นกระดานยกหักฉากกับท่อนแรก ซึ่งเป็นส่วนที่เรียวงอนขึ้น เวลาวิ่งท่อนหัวตรงส่วนที่ยกหักจากท่อนหางจะติดน้ำ ส่วนท่อนหางจะสัมผัสน้ำเพียงเล็กน้อย และมีการพัฒนารูปร่างมาเรื่อยๆ พัฒนาการขั้นต่อมาได้ทำเป็นเรือบรรทุกที่มีรูปร่างคล้ายเรือ 2 ตอน เพียงแต่มีการขยายส่วนหน้าให้กว้าง หนา และยาวขึ้นมาอีกเล็กน้อย เพื่อให้จุผู้โดยสารมากขึ้น ที่นั่งราว 9-10 คน ถัดมาก็มีการขยายขนาดเป็นเรือใหญ่ขนาด 10 ศอกขึ้น ถึง 20 ศอกขึ้น และนำเครื่องรถสิบล้อมาใช้ 

ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องยนต์จากรถยนต์มาติดตั้ง เพราะมีกำลังสูงและแล่นได้เร็วมาก ทำให้สามารถแล่นไปได้ในแม่น้ำลำคลอง หนองบึง ในน้ำตื้น หรือในที่มีขยะหรือสวะมากได้ 

ด้วยคุณสมบัติที่ใช้งานง่าย ใช้ได้ทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่ สามารถเปลี่ยนเรือได้ตามใจชอบ อีกทั้งเครื่องยนต์มีกำลังสูงและแล่นได้เร็ว ทำให้สามารถยกใบพัดพ้นที่ตื้นเขินได้ การบังคับเรือก็ง่าย เพียงแค่โยกใบพัดหรือใบจักรก็สามารถบังคับเลี้ยวได้ตามใจชอบ ไม่ต้องมีหางเสือเหมือนในอดีต และถ้าถอดหางออกก็ใช้เป็นเครื่องสูบน้ำได้ทันที

เรือหางยาวจึงได้รับความนิยมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม พม่า มาเลเซีย

ปัจจุบัน มีการพัฒนานำมาแข่งขันและมีการปรับขนาดให้เล็กลง ใส่เครื่องยนต์ ที่มีการปรับแต่ง ให้มีกำลังแรงม้าสูงขึ้น
ปัจจุบันเรือที่ใช้ในการแข่งขันเรือหางยาว จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. เรือสองตอน ท้องเรือมี 2 ระดับ หัวแหลม
2. เรือกระโดด (ลักษณะคล้ายแบบแรก แต่ยาวตลอดท้องเรียบ ไม่มีระดับ)
3. เรืออีแปะไฮเทค หัวเรือมี โป๊ะ หัวตัดไม่แหลม ท้องเรือมี 2 ระดับเหมือนเรือสองตอน

รายละเอียดที่นิยมจัดการแข่งขัน ในปัจจุบันมีหลายประเภทเช่น
- รุ่น BT 9     ประเภท 3 แหวนเป็นเครื่องตระกูล  Rotax  สูบเดียว ใช้ในการเกษตร 
- รุ่น ซูซูกิ 3 สูบ  LJ 50  เครื่องรถตุ๊กๆ
- รุ่น 150 cc   จูเนียร์  สูบเดียว เครื่องมอเตอร์ไซต์  รุ่น  KR 2จังหวะ
- รุ่น ฮอนด้า 13 แรง 4 จังหวะ สูบเดียว เครื่องการเกษตร
- รุ่น BT 35 เครื่องสกีหิมะ  2 จังหวะ
- รุ่นเครื่อง โตโยต้า  5 K คาร์บูเรเตอร์ รูเดียว
- รุ่นเครื่อง โตโยต้า  5 K คาร์บูเรเตอร์  4 รู
- รุ่น เจ็ทสกี 750cc คาวาซากิ 2 สูบ

 

ประเภทตัวเรือ

มี 2 ประเภท แบ่งประเภทด้วยท้องเรือ

1.เรือตอนเดียว ท้องเรือมีตอนเดียว บางคนเรียกเรือกระบะ มีที่มาจากเมื่อก่อน หัวเรือกับท้ายเรือ มีขนาดเท่ากัน เหมือนกระบะ ต่อมาจึงทำหัวเรือให้เล็กลง บ้างก็เรียกเรือกระโดด เพราะลักษณะการวิ่งของเรือ

2. เรือสองตอน ท้องเรือมีสองตอน เวลาวิ่งจะไม่กระโดดเหมือนเรือตอนเดียว

ประเภทเครื่องยนต์

1. เรือเครื่องหางยาว(สองตอน) เครื่องยนต์4สูบเครื่องK สแตนดาร์ด (ทางตรง)
*ใช้เครื่องรถยนต์ Toyota ที่เรียกว่าเครื่องKE (อาจจะเป็นเครื่องรถตู้ หรือรถเก๋งโตโยต้าสมัยก่อน เท่าที่ทราบมีตั้งแต่ 4k 5k ไปจนถึง 7K แต่ที่กำหนดให้ใช้แข่งได้คือ 4k-5k

2. เรือเครื่องหางยาว(ตอนเดียว)(กระบะ) เครื่องยนต์4สูบเครื่องK สแตนดาร์ด (วนทุ่น)
*ใช้เครื่องรถยนต์ Toyota ที่เรียกว่าเครื่องKE (อาจจะเป็นเครื่องรถตู้ หรือรถเก๋งโตโยต้าสมัยก่อน เท่าที่ทราบมีตั้งแต่ 4k 5k ไปจนถึง 7K แต่ที่กำหนดให้ใช้แข่งได้คือ 4k-5k

3. เรือเครื่องหางยาว(ตอนเดียว) เครื่องยนต์4จังหวะ13แรง สแตนดาร์ด (วนทุ่น)
*เป็นเครื่องรถจักรยานยนต์ ตอนแรกระบุว่าเป็น Honda (เพราะยี่ห้ออื่นส่วนใหญ่เป็น 2 จังหวะ) แต่ตอนหลังระบุว่าไม่จำกัดยี่ห้อ ความแรง 13 แรงม้า (บางพื้นที่แข่งที่รุ่นความแรง 6.5 แรงม้า) จัดว่าเป็นเครื่องรุ่นกลาง

4. เรือเครื่องหางยาว(สองตอน) เครื่องยนต์ BT9 3แหวน (วนทุ่น)
*เป็นเครื่องยนต์ทางการเกษตร เห็นเรียกว่าเครื่อง Rotax ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกเครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องมืออื่นใด จัดว่าเป็นเครื่องรุ่นเล็ก

5. เรือเครื่องหางยาว(สองตอน) เครื่องยนต์ 150cc. จูเนียร์ (วนทุ่น)
*เครื่องจักรยานยนต์ขนาด 150cc. จัดว่าเป็นเครื่องรุ่นเล็กเช่นกัน

ทั้ง 5 รุ่นที่เลือกมาเป็นรุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย จัดว่าเป็นรุ่นยอดนิยมทั้งสิ้น แต่ยังมีรุ่นอื่นที่กำลังได้รับความนิยมอีกเช่นกัน แต่จะบรรจุเพิ่มในปีหน้าเช่น สูบเดียว Open , Jet 750cc 

ปัจจุบันนิยมนำเอาเครื่องเจ๊ทสกี 750cc. มาทำเครื่องเรือหางยาว นิยมใช้แข่งทางตรงเป็นหลัก (DRAG) ปัจจุบันทำความเร็วได้มากกว่า 170กม/ชม